lcb

ปัจจุบันภาคธุรกิจและภาคสังคมต่างเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสภาวะโลกร้อน ซึ่งประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 350 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีสูงเป็นอันดับ 21 ของโลก (ข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือน กระจก ปี 2556) โดยที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental Social and Governance หรือ ESG) จึงริเริ่มโครงการ "Care the Bear: Change the Climate Change by Eco Event" ร่วมกับ 22 องค์กรพันธมิตร เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนลดปัญหา โลกร้อนด้วยการจัด Eco Event เป็นการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในมิติของผู้บริโภคให้มีส่วนขับเคลื่อน การลดสภาวะโลกร้อน สอดรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs) ข้อที่ 13 "Climate Action"ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงร่วมกับ 22 องค์กรพันธมิตร เปิดโครงการ "Care the Bear: Change the Climate Change by Eco Event" และโครงการ Care the Bear: Eco Event Kit โดยมีองค์ประกอบ 6 เรื่อง ได้แก่ การรณรงค์ให้เดินทางโดยรถสาธารณะหรือเดินทางมาร่วมกัน การลด การใช้กระดาษและพลาสติก จากเอกสารต่างๆ และบรรจุภัณฑ์ งดการใช้โฟม จากบรรจุภัณฑ์ หรือโฟม เพื่อการตกแต่ง การลดการใช้พลังงานจากอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การออกแบบโดยใช้วัสดุ ตกแต่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และการ ลดขยะจากอาหารเหลือทิ้งในงานอีเว้นท์ โดยมีการให้ความรู้แก่ องค์กรพันธมิตรและบริษัทจดทะเบียนในการนำไปปฏิบัติเพื่อผลลัพธ์ทั้งการลดโลกร้อน ลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมุ่งขยายโครงการ "Care the Bear: Change the Climate Change by Eco Event" ไปสู่พันธมิตรภาคตลาดทุนในวงกว้าง และ คาดว่าจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่า การปลูกป่า 2,000 ไร่ เพื่อดูดซับก๊าซเรือนกระจกสอดคล้องนโยบายรัฐที่เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส เมื่อปี 2559 โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20-25 ภายในปี พ.ศ. 2573 โครงการนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของภาคตลาดทุนในการมีส่วนร่วมลดโลกร้อน นอกเหนือจากกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการ องค์กร เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปุถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในฐานะหน่วยงานพันธมิตร ตระหนักความสำคัญของการลดปัญหาโลกร้อน (Global Warming) โดยได้จัดทำมาตรฐานห้องสมุดสีเขียว เพื่อร่วมกันส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม มีการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีเครือข่ายห้องสมุดสีเขียวกว่า 51 แห่ง ร่วมเป็นสมาชิก ดังนั้น การจัดทำโครงการ Library Care the bear จึงเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลดภาวะโลกร้อน โดยการสร้างจิตสำนึก และปลูกฝังพฤติกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อม และการลดภาวะโลกร้อนให้กับเยาวชน และ ดำเนินการคัดเลือกห้องสมุดต้นแบบที่มีการดำเนินการด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน เป็นที่ประจักษ์ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชน สังคม และของโลกต่อไป
ด้วยเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโลกร้อน (Global Warming) สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปุถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีแนวคิดในการขับเคลื่อนโครงการ Library Care the bear สู่ภูมิภาค โดยเริ่มต้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นแห่งแรก โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตและเทศบาลนครภูเก็ตเป็นตัวแทนในการรวมพลังเครือข่ายห้องสมุดจังหวัดภูเก็ตเพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ห้องสมุดในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลดภาวะโลกร้อน

 

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของห้องสมุดในการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน
  2. เพื่อส่งเสริมบทบาทของห้องสมุดในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
  3. เพื่อร่วมสร้างจิตสำนึกและปลูกฝังพฤติกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน

 

กลุ่มเป้าหมาย
  1. ห้องสมุดที่เข้าร่วมโครงการ Library Care the bear จำนวน 100 แห่ง ประกอบด้วย
    • ห้องสมุดโรงเรียน 50 แห่ง
    • ห้องสมุดประชาชน 30 แห่ง
    • ห้องสมุดมหาวิทยาลัย 10 แห่ง
    • ห้องสมุดเฉพาะ 5 แห่ง
    • อื่น ๆ 5 แห่ง
  2. ผู้เข้าร่วมโครงการ Library Care the bear ครั้งที่ 2 ณ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 200 คน ประกอบด้วย
    • ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 คน
    • ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ 10 คน
    • ผู้บริหารหน่วยงานเอกชน 10 คน
    • ผู้บริหารสถานศึกษา 10 คน
    • อาจารย์ 10 คน
    • บรรณารักษ์ 80 คน
    • ครูผู้ดูแลห้องสมุด 50 คน
    • ผู้ที่สนใจ 20 แห่ง